ทำไมเกิดแผ่นดินไหวบ่อยขึ้น?

ทำไมเกิดแผ่นดินไหวบ่อยขึ้น?


ข่าวเกี่ยวกับแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นแทบจะทุกวัน ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่าแผ่นดินไหวเกิดบ่อยขึ้นหรือไม่? ทำไมจึงมีแผ่นไหวเพิ่มมากขึ้น? หรือว่าโลกเรากำลังจะแตก?

ดูเหมือนว่าคำถามเหล่านี้จะเป็นความจริงตามความรู้สึกที่ได้จากการรับรู้ ข่าวสารในปัจจุบัน แต่คำตอบก็คือ แผ่นดินไหวยังคงเกิดขึ้นใน "อัตราปกติ" จากข้อมูลสถิติแผ่นดินไหวโดยสำนักธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกา (USGS) ที่บันทึกไว้ตั้งแต่ปี 1900 (ดูสถิติ NEIC's Earthquake Statistics)

สำนักธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกาได้ประเมินว่าแต่ละปีมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น ทั่วโลกหลายล้านครั้ง ซึ่งบางครั้งก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากการตรวจวัดหรือมีขนาดความรุนแรงน้อยมาก ปัจจุบันศูนย์ข้อมูลแผ่นดินไหวแห่งชาติ (NEIC) สามารถระบุตำแหน่งแผ่นดินไหวได้เพียง 50 ครั้งต่อวัน หรือประมาณ 20,000 ครั้งต่อปี

เนื่องจากเครื่องมือตรวจวัดแผ่นดินไหวที่มีการติดตั้งเพิ่มมากขึ้นทั่ว โลกในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมานี้ ทำให้สามารถระบุแผ่นดินไหวได้มากกว่าเดิม ซึ่งอย่างไรก็ตามแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่สูงกว่า 6 ริกเตอร์ก็ยังคงเกิดขึ้นในอัตราคงที่

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น นาย Dave Schumaker ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว โดยเลือกแผ่นดินไหวขนาด 6.0 ถึง 6.9 มาศึกษาตามหลักสถิติอย่างง่าย พบว่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมาแผ่นดินไหวขนาด 6.0 ถึง 6.9 เฉลี่ยแล้วเกิดขึ้นในช่วงทุกๆ 2.7 ถึง 3.5 วัน (ดูกราฟและข้อมูลการวิเคราะห์ของเขาที่นี่) อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้คือเป็นค่าเฉลี่ยจากทั้งปี ซึ่งบางวันอาจจะเกิดมาก เกิดน้อยกว่านี้ก็ได้ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 54 ที่ผ่านมาเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.0 ถึง 6.9 ริกเตอร์ถึง 19 ครั้งในวันเดียวที่ประเทศญี่ปุ่น

ดังนั้นการที่เรารู้สึกว่ามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยมากขึ้นนั้นเนื่องมาจากหลายสาเหตุที่สามารถสรุปได้ดังนี้ (สรุปข้อมูลจาก USGS)

  1. สถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก ซึ่งทำให้สามารถระบุแผ่นดินไหวได้แม่นยำและรวดเร็วมากขึ้น แม้แต่แผ่นดินไหวขนาดเล็กๆ ที่ไม่เคยตรวจเจอมาก่อน ในปีค.ศ.1931 มีสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวเพียง 350 สถานี ในขณะที่ปัจจุบันมีมากกว่า 8,000 แห่งทั่วโลก จากสถิติในรอบหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา (ค.ศ.1900) NEIC คาดการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ขนาด 7.0-7.9 ริกเตอร์ไว้ที่เฉลี่ย 17 ครั้งต่อปี และแผ่นดินไหวขนาด 8.0 หรือมากกว่าเฉลี่ยเกิดขึ้นปีละหนึ่งครั้ง (ปีค.ศ.2007 พบ 4 ครั้ง)
  2. ในขณะที่จำนวนแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มีอัตราค่อนข้างคงที่ แต่จำนวนประชากรในเขตเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวกลับมีเพิ่มมากขึ้น เช่น บริเวณตามแนวรอยต่อของเปลือกโลก ทำให้หลายคนคิดว่าแผ่นดินไหวมีความรุนแรงมากขึ้น สิ่งก่อสร้างที่มาพร้อมกับการเติบโตของจำนวนประชากรมีความแข็งแรงทนทานต่อ แผ่นดินไหวแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ในแผ่นดินไหวขนาดเท่ากัน แต่ความเสียหายอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และตำแหน่งที่เกิดด้วย
  3. การสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่ดีขึ้น ในอดีตเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้น ผู้คนในอีกซีกโลกอาจจะไม่รับรู้ข่าวสาร หรืออาจจะรู้ช้ากว่าไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์ และอาจจะเป็นแค่ข่าวเล็กๆ เท่านั้น แต่ปัจจุบันเรามีอินเตอร์เน็ตที่สามารถรับรู้ข่าวสารได้อย่างทันท่วงที การพัฒนาด้านการสื่อสารและความสนใจต่อภัยธรรมชาติที่เพิมมากขึ้น ทำให้ประชาชนเริ่มหันมาสนใจแผ่นดินไหวมากขึ้นด้วย
  4. แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างค่อนข้างคงที่ในแต่ละปี แต่ประชาชนกลับให้ความสนใจเฉพาะแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายมากกว่าแผ่น ดินไหวบริเวณอื่นๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีความเสียหาย ทำให้มองดูเหมือนว่าแผ่นดินไหวไหวกระจุกกันอยู่ในบริเวณหนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เมืองใหญ่ๆ ที่เกิดเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวอยู่แล้วอย่าง แคลิฟอร์เนีย ชิลี ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ อินโดนีเซีย เป็นต้น


นอกจากนี้ USGS ยังได้สรุปไว้อย่างน่าสนใจด้วยว่า จำนวนแผ่นดินไหวที่เพิ่มขึ้นช่วงระยะสั้นๆ ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ตามมา ในขณะเดียวกัน เมื่อไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีแผ่นดินไหวครั้ง ใหญ่เกิดขึ้นอีก โดยปกติแล้วการเพิ่มหรือลดของอัตราการเกิดแผ่นดินไหวในช่วงระยะสั้นๆ เป็นผลจากการปรับสมดุลความกดดันของเปลือกโลกตามธรรมชาติ ซึ่งยังไม่สามารถทำนายการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่อย่างแม่นยำได้ในขณะนี้

แม้จะรู้สึกว่ามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยกว่าเดิม แต่จริงๆ แล้วแผ่นดินไหวไม่ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นดังที่คิด จำนวนแผ่นดินไหวในปัจจุบันยังคงอยู่ในอัตราปกติเมื่อเที่ยบกับในอดีต ฉะนั้นอย่าได้วิตกเมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งต่อไป แต่จงเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ!



ประโยชน์ของแผ่นดินไหว


แผ่นดินไหวนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่ส่วนมากแล้วแผ่นดินไหวนั้นเกิดขึ้นจากการขยับตัวของรอยเลื่อนมีพลัง รอยเลื่อนมีพลังเหล่านี้เกิดขึ้นและคงอยู่มานานหลายแสนหลายล้านปีแล้วกระจาย ทั่วโลก มนุษย์ผู้มาทีหลังก็เลือกที่จะอยู่อาศัยตามแนวรอยเลื่อน เพราะรอยเลื่อนมีพลังได้สร้างภูมิประเทศที่สวยงามและพื้นเหมาะแก่การทำมาหา กินของมนุษย์ยุคแรกๆ แม้ว่าการขยับตัวของรอยเลื่อนมีพลังในปัจจุบัน จะก่อให้เกิดแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายให้กับผู้มาทีหลัง แต่รอยเลื่อนเหล่านี้ก็แอบมีประโยชน์ให้กับมนุษย์ยุคปัจจุบันด้วยเช่นกัน

ทางด้านการศึกษา: แผ่นดินไหวมีประโยชน์ต่อการศึกษาโครงสร้างภายในโลก เนื่องจากคลื่นไหวสะเทือนที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวเดินทางไปในโลกและสะท้อน กลับขึ้นมาบนผิวโลก ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทราบถึงโครงสร้างภายในโลกจากช่วงเวลาที่คลื่นไหวสะเทือน ชนิดต่างๆ ใช้เวลาเดินทางสะท้อนกลับมายังผิวโลก นอกจากนี้อาจทำให้ทราบประวัติการเปลี่ยนแปลงของโลกได้จากทิศทางและ วิวัฒนาการของรอยเลื่อนที่ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวได้ ซึ่งอาจเชื่อมโยงไปถึงการศึกษาภูมิศาสตร์บรรพกาลรวมถึงภูมิอากาศบรรพกาลได้ อีกด้วย

ปัจจุบันมีการศึกษาแผ่นดินไหวร่วมกับความหนืดของหินหนืด (magma) เพื่อทำนายการระเบิดของภูเขาไฟด้วย (http://geology.com/press-release/forecasting-volcanoes/)

ทางด้านเศรษฐกิจ: ประโยชน์ที่เป็นผลจากรอยเลื่อนมีพลังที่ก่อให้เกิดแผ่นดินไหว อาจเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดการสะสมตัวของทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณที่แผ่นเปลือกโลกมีการมุดตัว ภูเขาไฟ แนวรอยเลื่อนที่มีสายแร่น้ำร้อนผ่าน หรือรอยเลื่อนที่ก่อให้เกิดโครงสร้างสะสมปิโตรเลียม เป็นต้น

บริเวณที่เป็นแนวรอยเลื่อนมักจะเป็นบริเวณที่ถูกกัดเซาะจากแม่น้ำได้ง่าย ทำให้เกิดเป็นแนวเส้นทางแม่น้ำ ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ในการคมนาคมขนส่งทางน้ำ เขื่อน หรืออ่างเก็บน้ำได้

ทางด้านการท่องเที่ยว: ผลจากแผ่นดินไหวอาจทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม เนื่องจากรอยเลื่อนที่เป็นตัวการทำให้เกิดแผ่นดินไหวอาจก่อให้เกิด ภูมิประเทศที่สวยงาม เช่นหน้าผา สันเขา หุบเขา การยกตัวหรือยุบตัวของแผ่นดิน การเลื่อนหรือเหลือมกันของสิ่งใดๆ ที่น่าสนใจ เป็นต้น

การเกิดแผ่นดินไหวทำให้เราทราบว่าโลกของเรานั้นไม่หยุดนิ่ง (Earth is dynamic) มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราต้องตระหนักและคอยเตือนตัวเองให้ตื่นตัวเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับ สิ่งที่เกิดขึ้นได้ในอนาคต

ขอบคุณข้อมูลจากทีมงานจีโอไทย  (http://geothai.net/) โดย คุณเลื่อน ปกติ

โพสโดย: songc เมื่อ: 14-04-12 (02:13น) อ่าน (2627)


ชื่อ:
คอมเม้นท์:
รหัสลับ: Reload Image
ระบุรหัสลับ
 
 


แท็กซี่หาดใหญ่ Hatyaitaxi
แท็กซี่หาดใหญ่ Hatyaitaxi
เรื่องทั่วไป  ดารา  นักร้อง  คอมพิวเตอร์ IT  สาระความรู้  เรื่องแปลก  ซอย3 ศรีภูวนารถ  เพื่อนๆ  โลก World  ส่วนตัวๆ  หาดใหญ่  บ้านเมือง  สยอง  PHP/Ajax  สึนามิ/ญี่ปุ่น  เรื่องเศร้า  บุคคล  เรื่องตลก 

เรื่องนี้ต้องขยาย

ข้าวทิพย์ ธิดาดิน (77404)
ดาวใหญ่เฉียดโลกห่าง 17000ไมล์ (5562)
เกิดพายุสุริยะรุนแรง 8-9 มี.ค.นี้ (5946)
ภาพก่อน-หลัง“สึนามิ”ญี่ปุ่น 2011 (12215)
Tsunami in JAPAN 8.9 (6504)
คลิป สึนามิถล่มญี่ปุ่น (HD) (12278)
รวมคลิป แผ่นดินไหวญี่ปุ่น (10490)
คลิปจริงช่วงน้ำทะลักเข้าเมือง (8895)
เงินน้ำท่วม อำเภอ รอบ1-8 (43400)
ขึ้นทะเบียนยา “หมอเทวดา” (52532)

10 เรื่องที่เขียนล่าสุด

ปลาแซลมอน อาหารที่เร่งกระบวนการฆ่ามนุษย์ (8752)
หิวกลางดึก กินอะไรไม่ทำลายสุขภาพ? (2888)
Charlotte Garsid เด็กตัวเล็กที่สุดในโลก (13271)
NASA หวั่นคนฆ่าตัวตายหนีโลกแตก (5790)
ณแม่วัย 61 ให้กำเนิดลูกฝาแฝด (4983)
ตู้น้ำหยอดเหรียญไม่ผ่านมาตรฐาน (5068)
ผ้าเบรกจีนคุณภาพต่ำบุกไทย (5120)
แยกสเตมเซลล์จากน้ำคร่ำ (4562)
คุกเข่าขอสาวแต่งงานออกอากาศ (5291)
ทะเบียนรถใหม่นายกฯปู-ฮภ-2924 (5248)

10 เรื่องคนอ่านมากที่สุด

รายชื่อเงินน้ำท่วม รอบที่ 3 (252818)
วิธีขยายสัญญาณ True Wi-Fi (101611)
ข้าวทิพย์ ธิดาดิน (77404)
หนุ่มคนนี้ เคยหนัก 140 กิโลกรัม (70106)
คอนเสิร์ต-คาราบาว 30 ปี (58039)
แว่นตาว่ายน้ำ เป็นหมอก (56416)
ขึ้นทะเบียนยา “หมอเทวดา” (52532)
GPO Phytoplex หมอสมหมาย (47581)
รายชื่อผู้ประสบภัยน้ำท่วม(รอบ2) (45161)
สาวโชว์ผูกคอตายผ่านCamfrog (44247)

10 ข้อความ

phytoplex capsul 60...
ข้าวทิพย์
555555...
ไม่รู้เป็นเพราะอะไร เวลาที่ตั้...
รักพี่ข้าวทิพย์ที่สุดค่ะ....พี...
ขอยื่นอุทร...
รหัสอะไรคับใช้กับทีวี...
ควยเพ้อเจ้อแม่เยด ถอดยศต่อยกับ...
อยากจะสอบถามนิดนึง ไปว่ายน้ำที...
เราใช้แชมพูของจอนสันสีเหลืองๆอ...
มีจริงหรอ😝...